ห้องจัดเลี้ยง แชงกีล่า
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีขาว ก้าวเท้าเดินตรงมายังพื้นที่ต้อนรับ นายใหญ่ แห่งตระกูลอัสวาน ผู้ครอบครองรัฐอิสระกลางแดนดินทะเลทราย ทว่า รัฐอัสวานเลื่องชื่อการส่งออกนำมัน และ ตระกูลอัสวานยังกุมอำนาจเศรษกิจ 1/10 ของโลก เรียกได้ว่าป็นผู้มีอำนาจเทียบเท่า ราชา ของประเทศอื่นๆ
เจรีส อัสวาน นาชีฟ นายใหญ่ตระกูลอัสวาน ผู้เพรียบพร้อมด้วยรูปโฉมและทุนทรัพย์ เป็นที่หมายป้องของเหล่าสาวๆในงานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรม แชงกีล่า สาขาประเทศญี่ปุ่น ชายหนุ่มยิ้มทักทายเจ้าของงานเลี้ยงที่อุสาหะมารับเข้าถึงด้านหน้าของงาน
ตระกูลอัสวานเป็นผู้หนุนกิจการของเครือ แชงกีล่า จึงไม่แปลกหนุ่มโสดอย่างนายใหญ่แห่งอัสวานจะถูกเชิญให้เป็นประธานเปิดงาน
ใบหน้าดั่งรูปสลักปฎิมากรรมชั้นเลิศถูกเชิญขึ้นเวทีกล่าวคำเปิดงาน ร่างสูงเคลื่อนกายขึ้นเวทีช้าๆ สายตาหลายร้อยคู่จับตาผู้มีฉายาว่า ฟาโรห์ ฉายาที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกหนาวๆร้อนๆว่าก่อนตายคงต้องทำมันมี่ตัวเองเป็นแน่
“สวัสดีครับแขกทุกท่าน ผม เจรีส อัสวาน นาชีฟ ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติกจากคุณชินอิจิ เจ้าของเครือแชงกีล่า ผมขอกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการครับ...”
แปะ แปะ แปะ
เสียงตบมือดังกราวจากบรรดาแขกในงาน คำกล่าวเปิดงานอันแสนยอดเยี่ยมที่ใช้น้ำเสียงนุ่มทุ่มสะกดผู้ฟังสนิท โดยเฉพาะกับสาวเล็กสาวใหญ่ นาชีฟกล่าวขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินลับหายไปยังหลังเวที
“ผมเตรียมห้องพักเรียบร้อยแล้วครับ” ชายชุดสูทสีดำใส่แว่นตากันแดดรายงาน เขาค้อมตัวน้อยๆขณะพูด
“นำทางไปซิ”
“คืนนี้นายใหญ่ต้องการเด็กไหมครับ” การ์ดหนุ่มถามอย่างรู้นิสัยเจ้านายของตนดี
“อืม...”
“ผู้ชายหรือผู้หญิงดีครับ?”
“...ก่อนมาญี่ปุ่นเห็นไอ้ชาฟมันพร่ำถึงหนุ่มญี่ปุ่นอยู่ หึหึ กอดเด็กหนุ่มหน้าหวานสักคืนคงไม่เลว”
นาชีฟหัวเราะ เมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มที่เพื่อนรักเอ่ยถึง ดาราหน้าหวานๆที่มันพร่ำเพ้อบอกว่าใส ซื่อ บริสุทธิ์นัก
“ครับ”
……………………………………………………………………………………………………
ครืน ครืน ครืน
ร่างบอบบางหน้าเครื่องถ่ายเอกสารขมวดคิ้ว เมื่อเอกสารที่ตนโรเนลคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร โทษเจ้าเครื่องที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่ก็ไม่ได้ ต้องโทษยัยเจ๊หัวหน้ากองพัสดุ ยัยเจ๊จอมงก!
ร่างเล็กถอดหายใจ ปลงตกกับชะตาชีวิตตนเอง “เอาวะ” ปลุกใจตัวเอก่อนยกเอกสารทั้งหมดเดินไปส่งให้ยัยเจ๊จอมงก
“หนูโซระจ๊ะ เอาเอกสารไปให้คุณ มิโกะใช่ไหม?” ผู้ถามคือคุณ นัทสึ รองหัวน้ากองคุมพัสดุ หล่อนมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ คุณนัทสึ”
“คือฉันอยากให้หนูเอา ดอกกุหลาบพร้อมการ์ดส่งให้คุณมิโกะน่ะจ๊ะ” นัทสึยิ้มหวานพลางส่งของในมือให้เด็กหนุ่มร่างบางรับ
“แล้วทำไหมคุณนัทสึไม่ให้เธอเองล่ะครับ” โซระถาม มือเรียววางเอกสารทิ้งสำรวจกุหลาบแดงสดในมือ ‘ใครน๊า ส่งกุหลาบให้เจ๊จอมงกกองพัสดุ’
“โธ่ ลูกพี่เกิดอุบัติเหตุนะจ๊ะ ต้องรีบกลับไปดูแกหน่อย”
“ครับ งั้นผมเอาของไปส่งให้เลยละกันฮะ”
“ขอบใจจริงๆจ๊ะ” กล่าวจบร่างอวบอัดก็นวยนาดจากไป โซระเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น มือสองข้างกอดเอกสารทีโรเนลไว้แน่น ปาก
คาบดอกกุหลาบแดง เป็นภาพที่ทุกๆคนในออฟฟิสต้องยิ้มเอ็นดูกับความน่ารัก สดใส ร่าเริง ของเด็กหนุ่มส่งเอกสารคนนี้
โทะกุงะวะ โซระ เด็กหนุ่มหน้าหวานเพิ่งทำงานเด็กส่งเอกสารได้เพียงหนึ่งปีแต่ด้วยนิสัยดีของโซระทำให้ทุกคนในแผนนกรักและเอ็นดูเด็กหนุ่ม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญ”
“คุณมิโกะครับ” โซระเปิดประตูทักทายเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มหวาน เด็กหนุ่มส่งเอกสารในอ้อมแขนให้ผู้เป็นนาย
“เอ่อ...เอกสารที่คุณมิโกะให้โรเนล มันค่อนข้าง...” คำอธิบายเงียบหายไป เมื่อสายตาดุจ้องอย่างกินเลือดกินเนื้อ เจ๊จอมงกแห่งกองพัสดุ ถามเสียงเย็น
“...อะไรนะ โซระ มีปัญหาตรงไหนไม่ทราบ”
“คะ...คือเครื่องถ่ายเอกสารมันเสียนะครับ”
“เหรอ...ใครทำเสียละ”
“มะ...ไม่ทราบครับ เอ่อ คุณมิโกะฮะ มีคนฝากส่งดอกกุกลาบให้คุณพร้อมการ์ด” โซระรีบเปลี่ยนเรื่องเด็กหนุ่มส่งดอกกุหลาบพร้อมการ์ดให้เจ้านาย ในใจภาวนาขอให้ข้อความในการ์ดสร้างรอยยิ้มพึงใจแก่เจ้านายสาว
“...”
มิโกะรับการ์ดมา ไม่วายส่งสายตาคาดโทษให้เด็กส่งเอกสาร นัยต์ตาภายใต้กรอบแว่นกวาดอ่านข้อความข้างใน มุมปากคลี่ยิ้มที่ละนิดก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้างในบัลดล มิโกะอ่านข้อความที่คนรักเขียนให้อย่างสุขใจ น้ำเสียงที่เคยเรียบเย็นกับเด็กหนุ่มแปรเลี่ยนเป็นหวานหยด
“ขอบใจโซระมากน่ะจ๊ะ คิกๆ อ๊ะ! เดียวมิกะให้รางวัลตอบแทนโซระน่ะ” เจ๊จอมงกแห่งกองพัสดุแทนตัวเองด้วยชื่อ! พระเจ้า ถ้าบอกพี่ๆในแผนนกจะเชื่อไหม นี่มันยิ่งกว่าสึนามิถล่มญี่ปุ่นเสียอีก!!
“เอาเอกสารพวกนี้ส่งให้คุณ อัสวาน นะ คนที่เป็นประธานเปิดงานคืนนี้น่ะจ๊ะ พอดีคุณชินอิจิฝากมิโกะไว้ แต่แฟนนัทเดท เลยขอแรงโซระหน่อยจ๊ะ” คุณมิโกะส่งเอกสารทั้งหมดให้เด็กหนุ่ม รอยยิ้มหวานๆนั้นชวนให้ปฎิเศษไม่ลง
“ตะ...แต่…”
“แหม โซระได้เจอกับคุณอัสวาน โชคดีจะตาย ตามจริงมิโกะก็อยากเจอเขาสักครั้งแต่เพื่อนแฟนมิโกะไม่เจอเขาดีกว่า คิกๆ”
“แล้วจะให้ไปส่งที่ไหนครับ”
“ห้อง 906 ชั้นลอย อ๊ะ! มิโกะไปก่อนนะ โชคดีจ้า”
กล่าวจบร่างบอบบางนั้นก็หายลับไปกับสายตา ความซวยจึงตกอยู่กับโซระโดยไม่รู้ตัว เหตุการ์ณที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เปลี่ยนชีวิตจากเด็กหนุ่มธรรมดาๆให้กลายเป็นบุคคลที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก...
……………………………………………………………………………………………………
ชั้นลอยของโรงแรม แชงกีล่า ปูพรมแดงเป็นทางเดิน ข้างทางประดับด้วยโครมไฟระย้าสวยงดงาม สมกับเป็นชั้นพิเศษสำหรับบุคคลพิเศษ
โซระเดินตามทางเดิน เด็กหนุ่มใจเต็นตุ้มต่อมๆ ในหัวจินตนาการถึง เจรีส อัสวาน นาชีฟ นายใหญ่ตระกูลอัสวานผู้ครอบครองเศรษกิจ 1/10 ของโลก ตามคำโฆษณาเชิญชวนของเพื่อนสนิทก่อนมาทำงาน
“ผมเอาเอกสารมาส่งคุณอัสวานครับ”
โซระบอกการ์ดเฝ้าประตู การ์ดชุดดำทั้งสองสบตากันสักพัก ก่อนจะเปิประตูให้และพูดเบาๆกับเขาว่า
“บริการนายใหญ่ดีๆล่ะ”
“คะ...ครับ” โซระรับคำ ในใจตะหงิดๆคำพูดของการ์ดเฝ้าประตู ‘บริการ’ เด็กส่งเอกสารอย่างเขาก็ต้องบริการส่งเอกสารสิน่ะ
ห้องพัก 906 ห้องพักที่ดีที่สุดของโรงแรมแชงกีล่า โดยไม่คาดคิดเด็กส่งเอกสารตัวเล็กๆจะได้มาเยือนที่หรูหราขนาดนี้...เป็นครั้งที่สองที่โซระได้เยือนสถานที่สำหรับคนรวย โซระมองหาคุณอัสวาน
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมอาบน้ำปรากฎแก่สายตา เรือนร่างกำยำ กับ ซิคแพค ดึงดูดสายตาโซระได้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มมองผู้ปรากฎกายอย่างตะลึง เรียวปากบางบอกถึงสาเหตุการมาของตน
“คะ...คุณอัสวานครับ คุณชินอิจิสั่งให้ผมนำเอกสารมาให้คุณ”
“? เล่นเป็นเด็กส่งเอกสารเหรอคราวนี้ หึหึ หนุ่มน้อยฉันไม่มีเวลาว่างนักหรอกน่ะ ขึ้นเตียงได้แล้ว”
“หะ...ห๊า!!” นาชีฟเชยคางร่างบางเบาๆก่อนประทับจูบอย่างแผ่วเบา
“หึ หน้าสวยอย่างนี้ค่อยสมกับราคาที่จ่ายหน่อย หวังว่าลีล่าเธอคงเด็ดพอตัว" นาชีฟบอก นัยต์ตาแพรวระยับมองร่างเขาอย่างอุกอาจเรียกใบหน้าขึ้นสีได้อย่างรวดเร็ว...จูบนั้นอีก
“ผม ไม่ ได้ ขาย ตัว!!!” ร่างบางตะโกนใส่หน้านายใหญ่ ความโกรธแล่นพร่าน ตระกูลโทะกุงะวะ สืบเชื้อสายจากโชกุนสมัยเอโดะ ความหยิ่งทระนงตนจึงมีมากพอควร คนตรงหน้าหยามศักษ์ศรีเขา!
“ไม่ได้ขายตัวแล้วเธอขายอะไร หนุ่มน้อย”
“ไม่ได้ขายโว๊ย!!!”
สติเลือนหาย เอกสารในมือกลายเป็นอาวุธทำร้ายคนตรงหน้า โซระจับมันกระแทกหน้านายใหญ่อัสวานอย่างแรง อารมณ์โกรธคุกกรุ่น มือหนาจับข้อมือเด็กหนุ่มแน่น คำพูดต่อมาของร่างสูงราวกับน้ำมันราดลงกองเพลิง
“หึหึ ชอบ SM ก็ไม่บอก”
“มะ...อื้อ!!”
ปากบางถูกปิด ร่างสูงใหญ่สอดลิ้นหนาลิ้มรสสัมผัสจากร่างเล็กบอบบางในอ้อมแขน ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อลิ้นร้อนๆตวัดชิมรสหวาน โซระรู้สึกหัวสมองมึนงง ข้างในตื้อไปหมดเมื่อมือหนาค่อยๆถอดกระดุมที่ละเม็ดออก
มือหนาเล้าโลมร่างเล็ก ผิวขาวเนียนละเอียดจุดอารมณ์ปราถนาในกาย เจรีส อัสวาน นาชีฟ ร่างใหญ่อุ้มเด็กหนุ่มในอ้อมกอดไปยังเตียงขนาดคิงส์ไซท์ ปากหนาไม่หยุดลิ้มรสกลีบปากบางนุ่มนวล
“ปล่อยน๊า!!!”
จังหวะที่ปากเป็นอิสระ เสียงตระโกนดังลั่น นาชีฟหัวเราะเบาๆกับปฎิกิริยาต่อต้าน ชายหนุ่มจูบทับอีกครั้ง ริมปากหนาเลือนลงละเลงจูบตามซอกคอขาวนวล ผิวขาวๆแดงเรื่อด้วยรอยช้ำเป็นจ้ำๆ โซระดิ้นหนีเมื่อมือหนาค่อยๆรุกล้ำไปยังเขตหวงห้าม
“เฮ้ย!! อย่าจับตรงนั้นเซ่!!!”
โซระตะโกนลั่น ในใจหวาดวิตกเมื่อคิดว่าตัวเองต้องเสียพรมจรรย์ให้ไอ้บ้าตัณหากลับ เชื้อสายอันทระนงของตนต้องแปดเปื้อน คิดได้ดังนั้นสติพลันดับวูบ ความเสียใจทั้งมวลจุกอยู่ในอก สมองสั่งให้ปิดกลั้นความช้ำใจ
“Shit!!”
ร่างเล็กบนเตียงสลบไปแล้วนาชีฟสบถคำหยาบใส่ สะบัดหัวตัวเอง อารมณ์เสียกับร่างบาง ที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ชิงสลบไปเสียดื้อๆ
ก็อก ก็อก ก็อก!!!
“เข้ามา!!”
“ผมเอาเด็กมาส่งครับ นายใหญ่” การ์ดหนุ่มรายงาน เมื่อนัตย์ตาเขียวจ้องกินเลือดกินเนื้อ
“อะไรนะ!?”
“เด็กคนนี้จะมารับใช้นายท่าน คนนี้ครับ” การ์ดหนุ่มผายมือไปยังเด็กหนุ่มหน้าหวานข้างกาย หวังว่านายใหญ่ของตนจะถูกใจกับเด็กที่เขาหามาให้
“แล้วเด็กคนเมื่อกี้ล่ะ” นาชีฟถามการ์ดสองคนที่ยืนเฝ้าประตู
“อะ...เอ่อ ผมคิดว่าเขาแสดงเป็นเด็กส่งเอกสารน่ะครับ เห็นคราวที่แล้วเด็กที่นายใหญ่สั่งมาแสดงเป็นพยาบาล ไม่นึกว่า...”
“ช่างเถอะ! พวกแกไปได้แล้ว ส่วนเธอมากับฉัน” นาชีฟไล่การ์ด มือหนากระชากร่างบอบบาง ‘เด็ก’ ตัวจริงที่เขาสั่งเข้าห้อง ระบายอารมณ์ที่ค้างจากเด็หนุ่มบนเตียงที่สลบไม่รู้เรื่องรู้ราว...
……………………………………………………………………………………………………
ห้องจัดเลี้ยง แชงกีล่า
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีขาว ก้าวเท้าเดินตรงมายังพื้นที่ต้อนรับ นายใหญ่ แห่งตระกูลอัสวาน ผู้ครอบครองรัฐอิสระกลางแดนดินทะเลทราย ทว่า รัฐอัสวานเลื่องชื่อการส่งออกนำมัน และ ตระกูลอัสวานยังกุมอำนาจเศรษกิจ 1/10 ของโลก เรียกได้ว่าป็นผู้มีอำนาจเทียบเท่า ราชา ของประเทศอื่นๆ
เจรีส อัสวาน นาชีฟ นายใหญ่ตระกูลอัสวาน ผู้เพรียบพร้อมด้วยรูปโฉมและทุนทรัพย์ เป็นที่หมายป้องของเหล่าสาวๆในงานเลี้ยงเปิดตัวโรงแรม แชงกีล่า สาขาประเทศญี่ปุ่น ชายหนุ่มยิ้มทักทายเจ้าของงานเลี้ยงที่อุสาหะมารับเข้าถึงด้านหน้าของงาน
ตระกูลอัสวานเป็นผู้หนุนกิจการของเครือ แชงกีล่า จึงไม่แปลกหนุ่มโสดอย่างนายใหญ่แห่งอัสวานจะถูกเชิญให้เป็นประธานเปิดงาน
ใบหน้าดั่งรูปสลักปฎิมากรรมชั้นเลิศถูกเชิญขึ้นเวทีกล่าวคำเปิดงาน ร่างสูงเคลื่อนกายขึ้นเวทีช้าๆ สายตาหลายร้อยคู่จับตาผู้มีฉายาว่า ฟาโรห์ ฉายาที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกหนาวๆร้อนๆว่าก่อนตายคงต้องทำมันมี่ตัวเองเป็นแน่
“สวัสดีครับแขกทุกท่าน ผม เจรีส อัสวาน นาชีฟ ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติกจากคุณชินอิจิ เจ้าของเครือแชงกีล่า ผมขอกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการครับ...”
แปะ แปะ แปะ
เสียงตบมือดังกราวจากบรรดาแขกในงาน คำกล่าวเปิดงานอันแสนยอดเยี่ยมที่ใช้น้ำเสียงนุ่มทุ่มสะกดผู้ฟังสนิท โดยเฉพาะกับสาวเล็กสาวใหญ่ นาชีฟกล่าวขอบคุณเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินลับหายไปยังหลังเวที
“ผมเตรียมห้องพักเรียบร้อยแล้วครับ” ชายชุดสูทสีดำใส่แว่นตากันแดดรายงาน เขาค้อมตัวน้อยๆขณะพูด
“นำทางไปซิ”
“คืนนี้นายใหญ่ต้องการเด็กไหมครับ” การ์ดหนุ่มถามอย่างรู้นิสัยเจ้านายของตนดี
“อืม...”
“ผู้ชายหรือผู้หญิงดีครับ?”
“...ก่อนมาญี่ปุ่นเห็นไอ้ชาฟมันพร่ำถึงหนุ่มญี่ปุ่นอยู่ หึหึ กอดเด็กหนุ่มหน้าหวานสักคืนคงไม่เลว”
นาชีฟหัวเราะ เมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มที่เพื่อนรักเอ่ยถึง ดาราหน้าหวานๆที่มันพร่ำเพ้อบอกว่าใส ซื่อ บริสุทธิ์นัก
“ครับ”
……………………………………………………………………………………………………
ครืน ครืน ครืน
ร่างบอบบางหน้าเครื่องถ่ายเอกสารขมวดคิ้ว เมื่อเอกสารที่ตนโรเนลคุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร โทษเจ้าเครื่องที่ใกล้จะพังแหล่มิพังแหล่ก็ไม่ได้ ต้องโทษยัยเจ๊หัวหน้ากองพัสดุ ยัยเจ๊จอมงก!
ร่างเล็กถอดหายใจ ปลงตกกับชะตาชีวิตตนเอง “เอาวะ” ปลุกใจตัวเอก่อนยกเอกสารทั้งหมดเดินไปส่งให้ยัยเจ๊จอมงก
“หนูโซระจ๊ะ เอาเอกสารไปให้คุณ มิโกะใช่ไหม?” ผู้ถามคือคุณ นัทสึ รองหัวน้ากองคุมพัสดุ หล่อนมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ครับ คุณนัทสึ”
“คือฉันอยากให้หนูเอา ดอกกุหลาบพร้อมการ์ดส่งให้คุณมิโกะน่ะจ๊ะ” นัทสึยิ้มหวานพลางส่งของในมือให้เด็กหนุ่มร่างบางรับ
“แล้วทำไหมคุณนัทสึไม่ให้เธอเองล่ะครับ” โซระถาม มือเรียววางเอกสารทิ้งสำรวจกุหลาบแดงสดในมือ ‘ใครน๊า ส่งกุหลาบให้เจ๊จอมงกกองพัสดุ’
“โธ่ ลูกพี่เกิดอุบัติเหตุนะจ๊ะ ต้องรีบกลับไปดูแกหน่อย”
“ครับ งั้นผมเอาของไปส่งให้เลยละกันฮะ”
“ขอบใจจริงๆจ๊ะ” กล่าวจบร่างอวบอัดก็นวยนาดจากไป โซระเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น มือสองข้างกอดเอกสารทีโรเนลไว้แน่น ปาก
คาบดอกกุหลาบแดง เป็นภาพที่ทุกๆคนในออฟฟิสต้องยิ้มเอ็นดูกับความน่ารัก สดใส ร่าเริง ของเด็กหนุ่มส่งเอกสารคนนี้
โทะกุงะวะ โซระ เด็กหนุ่มหน้าหวานเพิ่งทำงานเด็กส่งเอกสารได้เพียงหนึ่งปีแต่ด้วยนิสัยดีของ โซระทำให้ทุกคนในแผนนกรักและเอ็นดูเด็กหนุ่ม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญ”
“คุณมิโกะครับ” โซระเปิดประตูทักทายเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มหวาน เด็กหนุ่มส่งเอกสารในอ้อมแขนให้ผู้เป็นนาย
“เอ่อ...เอกสารที่คุณมิโกะให้โรเนล มันค่อนข้าง...” คำอธิบายเงียบหายไป เมื่อสายตาดุจ้องอย่างกินเลือดกินเนื้อ เจ๊จอมงกแห่งกองพัสดุ ถามเสียงเย็น
“...อะไรนะ โซระ มีปัญหาตรงไหนไม่ทราบ”
“คะ...คือเครื่องถ่ายเอกสารมันเสียนะครับ”
“เหรอ...ใครทำเสียละ”
“มะ...ไม่ทราบครับ เอ่อ คุณมิโกะฮะ มีคนฝากส่งดอกกุกลาบให้คุณพร้อมการ์ด” โซระรีบเปลี่ยนเรื่องเด็กหนุ่มส่งดอกกุหลาบพร้อมการ์ดให้เจ้านาย ในใจภาวนาขอให้ข้อความในการ์ดสร้างรอยยิ้มพึงใจแก่เจ้านายสาว
“...”
มิโกะรับการ์ดมา ไม่วายส่งสายตาคาดโทษให้เด็กส่งเอกสาร นัยต์ตาภายใต้กรอบแว่นกวาดอ่านข้อความข้างใน มุมปากคลี่ยิ้มที่ละนิดก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้างในบัลดล มิโกะอ่านข้อความที่คนรักเขียนให้อย่างสุขใจ น้ำเสียงที่เคยเรียบเย็นกับเด็กหนุ่มแปรเลี่ยนเป็นหวานหยด
“ขอบใจโซระมากน่ะจ๊ะ คิกๆ อ๊ะ! เดียวมิกะให้รางวัลตอบแทนโซระน่ะ” เจ๊จอมงกแห่งกองพัสดุแทนตัวเองด้วยชื่อ! พระเจ้า ถ้าบอกพี่ๆในแผนนกจะเชื่อไหม นี่มันยิ่งกว่าสึนามิถล่มญี่ปุ่นเสียอีก!!
“เอาเอกสารพวกนี้ส่งให้คุณ อัสวาน นะ คนที่เป็นประธานเปิดงานคืนนี้น่ะจ๊ะ พอดีคุณชินอิจิฝากมิโกะไว้ แต่แฟนนัทเดท เลยขอแรงโซระหน่อยจ๊ะ” คุณมิโกะส่งเอกสารทั้งหมดให้เด็กหนุ่ม รอยยิ้มหวานๆนั้นชวนให้ปฎิเศษไม่ลง
“ตะ...แต่…”
“แหม โซระได้เจอกับคุณอัสวาน โชคดีจะตาย ตามจริงมิโกะก็อยากเจอเขาสักครั้งแต่เพื่อนแฟนมิโกะไม่เจอเขาดีกว่า คิกๆ”
“แล้วจะให้ไปส่งที่ไหนครับ”
“ห้อง 906 ชั้นลอย อ๊ะ! มิโกะไปก่อนนะ โชคดีจ้า”
กล่าวจบร่างบอบบางนั้นก็หายลับไปกับสายตา ความซวยจึงตกอยู่กับโซระโดยไม่รู้ตัว เหตุการ์ณที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เปลี่ยนชีวิตจากเด็กหนุ่มธรรมดาๆให้กลายเป็นบุคคลที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก...
……………………………………………………………………………………………………
ชั้นลอยของโรงแรม แชงกีล่า ปูพรมแดงเป็นทางเดิน ข้างทางประดับด้วยโครมไฟระย้าสวยงดงาม สมกับเป็นชั้นพิเศษสำหรับบุคคลพิเศษ
โซระเดินตามทางเดิน เด็กหนุ่มใจเต็นตุ้มต่อมๆ ในหัวจินตนาการถึง เจรีส อัสวาน นาชีฟ นายใหญ่ตระกูลอัสวานผู้ครอบครองเศรษกิจ 1/10 ของโลก ตามคำโฆษณาเชิญชวนของเพื่อนสนิทก่อนมาทำงาน
“ผมเอาเอกสารมาส่งคุณอัสวานครับ”
โซระบอกการ์ดเฝ้าประตู การ์ดชุดดำทั้งสองสบตากันสักพัก ก่อนจะเปิประตูให้และพูดเบาๆกับเขาว่า
“บริการนายใหญ่ดีๆล่ะ”
“คะ...ครับ” โซระรับคำ ในใจตะหงิดๆคำพูดของการ์ดเฝ้าประตู ‘บริการ’ เด็กส่งเอกสารอย่างเขาก็ต้องบริการส่งเอกสารสิน่ะ
ห้องพัก 906 ห้องพักที่ดีที่สุดของโรงแรมแชงกีล่า โดยไม่คาดคิดเด็กส่งเอกสารตัวเล็กๆจะได้มาเยือนที่หรูหราขนาดนี้...เป็น ครั้งที่สองที่โซระได้เยือนสถานที่สำหรับคนรวย โซระมองหาคุณอัสวาน
ร่างสูงสง่าในชุดคลุมอาบน้ำปรากฎแก่สายตา เรือนร่างกำยำ กับ ซิคแพค ดึงดูดสายตาโซระได้เป็นอย่างดี เด็กหนุ่มมองผู้ปรากฎกายอย่างตะลึง เรียวปากบางบอกถึงสาเหตุการมาของตน
“คะ...คุณอัสวานครับ คุณชินอิจิสั่งให้ผมนำเอกสารมาให้คุณ”
“? เล่นเป็นเด็กส่งเอกสารเหรอคราวนี้ หึหึ หนุ่มน้อยฉันไม่มีเวลาว่างนักหรอกน่ะ ขึ้นเตียงได้แล้ว”
“หะ...ห๊า!!” นาชีฟเชยคางร่างบางเบาๆก่อนประทับจูบอย่างแผ่วเบา
“หึ หน้าสวยอย่างนี้ค่อยสมกับราคาที่จ่ายหน่อย หวังว่าลีล่าเธอคงเด็ดพอตัว" นาชีฟบอก นัยต์ตาแพรวระยับมองร่างเขาอย่างอุกอาจเรียกใบหน้าขึ้นสีได้อย่างรวด เร็ว...จูบนั้นอีก
“ผม ไม่ ได้ ขาย ตัว!!!” ร่างบางตะโกนใส่หน้านายใหญ่ ความโกรธแล่นพร่าน ตระกูลโทะกุงะวะ สืบเชื้อสายจากโชกุนสมัยเอโดะ ความหยิ่งทระนงตนจึงมีมากพอควร คนตรงหน้าหยามศักษ์ศรีเขา!
“ไม่ได้ขายตัวแล้วเธอขายอะไร หนุ่มน้อย”
“ไม่ได้ขายโว๊ย!!!”
สติเลือนหาย เอกสารในมือกลายเป็นอาวุธทำร้ายคนตรงหน้า โซระจับมันกระแทกหน้านายใหญ่อัสวานอย่างแรง อารมณ์โกรธคุกกรุ่น มือหนาจับข้อมือเด็กหนุ่มแน่น คำพูดต่อมาของร่างสูงราวกับน้ำมันราดลงกองเพลิง
“หึหึ ชอบ SM ก็ไม่บอก”
“มะ...อื้อ!!”
ปากบางถูกปิด ร่างสูงใหญ่สอดลิ้นหนาลิ้มรสสัมผัสจากร่างเล็กบอบบางในอ้อมแขน ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อลิ้นร้อนๆตวัดชิมรสหวาน โซระรู้สึกหัวสมองมึนงง ข้างในตื้อไปหมดเมื่อมือหนาค่อยๆถอดกระดุมที่ละเม็ดออก
มือหนาเล้าโลมร่างเล็ก ผิวขาวเนียนละเอียดจุดอารมณ์ปราถนาในกาย เจรีส อัสวาน นาชีฟ ร่างใหญ่อุ้มเด็กหนุ่มในอ้อมกอดไปยังเตียงขนาดคิงส์ไซท์ ปากหนาไม่หยุดลิ้มรสกลีบปากบางนุ่มนวล
“ปล่อยน๊า!!!”
จังหวะที่ปากเป็นอิสระ เสียงตระโกนดังลั่น นาชีฟหัวเราะเบาๆกับปฎิกิริยาต่อต้าน ชายหนุ่มจูบทับอีกครั้ง ริมปากหนาเลือนลงละเลงจูบตามซอกคอขาวนวล ผิวขาวๆแดงเรื่อด้วยรอยช้ำเป็นจ้ำๆ โซระดิ้นหนีเมื่อมือหนาค่อยๆรุกล้ำไปยังเขตหวงห้าม
“เฮ้ย!! อย่าจับตรงนั้นเซ่!!!”
โซระตะโกนลั่น ในใจหวาดวิตกเมื่อคิดว่าตัวเองต้องเสียพรมจรรย์ให้ไอ้บ้าตัณหากลับ เชื้อสายอันทระนงของตนต้องแปดเปื้อน คิดได้ดังนั้นสติพลันดับวูบ ความเสียใจทั้งมวลจุกอยู่ในอก สมองสั่งให้ปิดกลั้นความช้ำใจ
“Shit!!”
ร่างเล็กบนเตียงสลบไปแล้วนาชีฟสบถคำหยาบใส่ สะบัดหัวตัวเอง อารมณ์เสียกับร่างบาง ที่ยังไม่ทันทำอะไรก็ชิงสลบไปเสียดื้อๆ
ก็อก ก็อก ก็อก!!!
“เข้ามา!!”
“ผมเอาเด็กมาส่งครับ นายใหญ่” การ์ดหนุ่มรายงาน เมื่อนัตย์ตาเขียวจ้องกินเลือดกินเนื้อ
“อะไรนะ!?”
“เด็กคนนี้จะมารับใช้นายท่าน คนนี้ครับ” การ์ดหนุ่มผายมือไปยังเด็กหนุ่มหน้าหวานข้างกาย หวังว่านายใหญ่ของตนจะถูกใจกับเด็กที่เขาหามาให้
“แล้วเด็กคนเมื่อกี้ล่ะ” นาชีฟถามการ์ดสองคนที่ยืนเฝ้าประตู
“อะ...เอ่อ ผมคิดว่าเขาแสดงเป็นเด็กส่งเอกสารน่ะครับ เห็นคราวที่แล้วเด็กที่นายใหญ่สั่งมาแสดงเป็นพยาบาล ไม่นึกว่า...”
“ช่างเถอะ! พวกแกไปได้แล้ว ส่วนเธอมากับฉัน” นาชีฟไล่การ์ด มือหนากระชากร่างบอบบาง ‘เด็ก’ ตัวจริงที่เขาสั่งเข้าห้อง ระบายอารมณ์ที่ค้างจากเด็หนุ่มบนเตียงที่สลบไม่รู้เรื่องรู้ราว...
“ออกไปได้แล้ว”
ชายร่างสูงเอ่ยไล่เด็กหนุ่มข้างกายที่เพิ่งเสร็จกิจกามด้วยเมื่อคู่ เด็กไซไลน์รับคำเบา เสียงสั่นเครือ และลุกจากไป
“อย่าลืมใช้บริการใหม่น่ะฮะ คุณอัสวาน” เด็กหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย
“หึ”
คงไม่มีครั้งหน้าเพราะชายหนุ่มไม่ชอบใช้อะไรที่มันซ้ำๆซากๆ ของใหม่ที่เขาได้ลิ้มลองไม่นานมันก็ต้องตกไปเป็นของเก่า คนอย่าง เจรีส อัสวาน นาชฟ ไม่ชอบกินของเก่า
แกร๊ก แกร๊ก
“นายใหญ่ครับ จะเอาไงกับเด็กคนนั้นดี!?”
“แกไปสืบครอบครัวของเด็กนี่มา แล้วให้เงินพวกมันไปฉันจะพากลับ อัสวาน”
กล่าวจบร่างสูงอุ้มร่างบางบนเตียงไปยังเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เสียงครางหวานเบาๆปลุกเพลิงอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี นาชีฟประทับจูบริมปากบางเบาๆ เสียงหวานสั่นเครือตอบรับคล้ายละเมอ
“อืม...”
“หึ พ่อกระรอกน้อย ตื่นมาเธอต้องชดใช้ที่เธอทำให้ฉันอารมณ์ค้าง” เสียงทุ้มกระซิบบอก คาดโทษเด็กหนุ่มในอ้อมแขน ร่างเล็กบิ้ดตัวรู้สึกจักกะจี้ชอบกลแต่ยังไม่ตื่นจากนิทราแสนหวาน
……………………………………………………………………………………………………
แสงอาทิตย์ยามเช้าอันร้อนแรงส่องกระทบร่างเล็กบนเตียง แสงสีส้มกระทบเปือกตาบาง เรียกความหงุดหงินจากร่างบอบบางบนเตียง จนต้องตื่นจากฝัน
โซระ กระพริบตาเบาๆ ปรับความคุ้นชินกับแสงอาทิตย์ที่สาดส่อง พลัน! ใบหน้าสวยหวานเลือดขึ้นสีเมื่อนึกถึงการกระทำสุดท้ายที่ ไอ้บ้าตัณหากลับ ทำกับเขาไว้ แล้วต้องสำรวจร่างกายตัวเองอย่างรีบร้อน โดยไม่สังเกตุบุคคลร่วมห้อง
“กอสเด ค่ะ” เสียงเรียกเบาๆในห้องทำให้เด็กหนุ่มสดุ้งสุดตัวชะงักการกระทำ มองหาต้นตอของเสียง
“กอสเดค่ะ ฉันอยู่ข้างหลังคุณ”
“ฮะ?!”
โซระหันมองข้างหลังพบกับสาวสวยในชุดสุดแสนเซ็กซี่ เสื้อที่เธอใส่อยู่คือเกาะอกดีๆนี้เอง และยังกางเกงที่เหมือนหนังเรื่อง แม่มดน้อยจินนี่อีก...
“ดิฉันชื่อ อิลยา เป็นพี่เลี้ยงที่ท่านนาชีฟส่งมาให้ดูแล กอสเด ค่ะ”
“...ครับ? กอสเด? ผมชื่อ โทะกุงะวะ โซระ คุณ อิลยา จำผิดคนแล้ว...มั้ง”
“ดิฉันจำไม่ผิดค่ะ กอสเด เป็นตำแหน่งของคุณโซระ ที่ท่านนาชีฟประทานให้ ดิฉันมีหน้าที่อธิบายโครงสร้างพื้นฐานใน ‘พระราชวัง*’ หลังนี้ให้คุณฟัง”
“ใครไปขอตำแหน่งอะไรจากท่านนาชีฟคุณ แล้วที่นี้มันที่ไหนเนี่ย!” โซระโวยวาย ไม่ชอบใจนิสัยเห็นแก่ได้ของไอ้ ท่านนาชีฟบ้าอำนาจ
“ดิฉันไม่ทราบ ดิฉันเพียงทำตามหน้าที่ของดิฉันค่ะ ประเทศที่คุณยู่คืออัสวานค่ะ เป็นรัฐอิสระติดทะเลทรายค่ะ...”
“ห๊า!? อัสวาน ละ...แล้วผมอยู่ที่นี้ได้ไง” ร่งเล็กหน้าซีด ละล่ำลำลักถาม อัสวาน...รัฐอิสระ รัฐที่มีเศรษกิจดีที่สุดในโลก อยู่คนละขั้วโลกกับญี่ปุ่น...แล้วเข้าจะกลับบ้านได้ไงกัน…
“ท่านนาชีฟพาตัว กอสเด มาค่ะ”
ร่างเล็กประมวลผลเหตุการ์ณทั้งหมด อัสวาน รัฐอิสระ พระราชวัง ญี่ปุ่น ข่มขื่น! ขาถูกลักพาตัว เป็นคนลักลอบเข้าประเทศเพราะไอ้บ้านาชีฟ
“ไอ้บ้าตัณหากลับนั้นลักพาตัวผม!...แล้วกอสเด หมายความว่าไงครับ” คำเรียกยากๆ ลิเกๆ ที่สาวสวยตรงหน้าเรียกเขาทำให้เขารู้สึกเหมือนย้อนยุคไปเมื่อพันปีก่อน
“สถานที่นี้คือ ‘ฮาเร็ม’ ของนายใหญ่ เจรีส อัสวาน นาชีฟ ในฮาเร็มมีการแบ่งชนชั้นค่ะ ระดับสูงสุดคือ พระราชชนนี ในที่นี้คือ ภรรยาหลวงของท่านนาชีฟ มีอำนาจควบคุมดูแลความเป็นมาของนางในฮาเร็มทั้งหมด” อิลยาอธิบายด้วยภาษาอังกฤษช้าๆ ดีใจที่พาเด็กหนุ่มเข้าประเด็นได้ [งานพี่เลี้ยง]
“นายใหญ่พวกคุณมีภรรยาแล้วเหรอฮะ” แววตาใสซื่อถามกลับ ในใจคิดสงสารผู้เป็นภรรยาของนายใหญ่แห่งตระกูลอัสวาน
“ไม่มีค่ะ แต่ตำแหน่งนี้ บาส คาดิน อีเฟนด์ ดูแลค่ะ รองจากตำแหน่งราชชนนีก็คือ บาส คาดิน อีเฟนด์ ตำแหน่งนี้ตำรับผู้ให้กำเนิดบุตรคนแรกของท่านนาชีฟ ถัดไปคือ อิค บาลเลอร์ นางเป็นผู้ให้กำเนิดทายาทของท่านนาชีฟ ต่อมาก็ เกดคลี คาดินลาร์ เป็นตำแหน่งของนางในฮาเร็มที่มีประสบการ์ณทำงานสูง และ ช่ำชอง รู้ใจท่านนาชีฟ โอดาลิคลาร์ เป็นตำแหน่งชั่วคราวสำหรับนางในฮาเร็มที่ท้องและเตรียมตัวขึ้นสู่ตำแน่ง อิค บาลเลอร์ ลำดับต่อมา กอสเด มีหน้าที่ถวายงานท่านนาชีฟ สุดท้าย คาริเลเยอร์ ดิฉันอยู่ตำหน่งนี้ เป็นสาวใช้ทั่วๆไปภายในวังค่ะ กอสเดโซระต้องการทราบอะไรเพิ่มเต็มไหม?”
“ผมอยากกลับญี่ปุ่น อิลยา ช่วยผมนะฮะ”
ร่างเล็กบางจับมือสาวใช้กุมเบาๆ แววตาเว้าวอน เด็กหนุ่มถูกลักพาตัวมา อยากกลับไปญี่ปุ่นใจจะขาด การอยู่แบบนี้มันเท่ากับเขาเป็น นางบำเรอชัดๆ!
ศักษ์ศรีของตระกูล โทะกุงะวะ จะถูกทำลายเพราะเขาไม่ได้เด็ดขาด...ถึงแม้จะเป็นสายเลือดอันเจือจางเพียงน้อยนิดก็ตาม...
“เอ่อ...ท่านนาชีฟใจดีค่ะ กอสเดโซระไม่ต้องเป็นห่วง ไม่เคยมีสักครั้งที่ท่านนาชีฟพาตัวใครมาโดยไม่เต็มใจ กอสเดโซระ อย่าหนีไปเลยค่ะ”
เสียงแข็งๆที่คุยกับเด็กหนุ่มในตอนแรงพลันอ่อนลง เมื่อรู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าหวานไม่เต็มใจจะอยู่ที่นี้ ใจหนึ่งของอิลยา สงสารโซระจับใจ พลัดบ้านพลัดเมืองแล้วยังต้องอยู่ในที่ๆเรียกว่าฮาเร็ม แต่อีกใจก็กลัวโทษจากผู้เป็นนายเหลือคณา
“ฮึก...ได้โปรดพาผมกลับญี่ปุ่นนะครับ” เสียงสะอื้นเบาๆจากเด็กหนุ่ม อิลยาตกใจแต่ก็ล่าวปลอบ
ปัง!!!
เฮือก!
“ทะ...ท่านนาชีฟ!!!” ร่างบนเตียงทั้งสองสะดุ้งเมื่อเห็นผู้มาเยือนเป็นนายใหญ่แห่งอัสวาน
“อิลยา ออกไปได้แล้ว”
“ตะ...แต่ว่า”
“ฉันสั่งให้ออไป” เสียงเรียบๆแปรเปลี่ยนเป็นดุร้าย อิลยาสะดุ้งกระเสือกกายออกจากห้อง ด้วยใจรู้ดีว่า สำหรับพวกเธอ เจรีส อัสวาน นาชีฟ คือนายเหนือหัว!
“คุณ! พาผมกลับญี่ปุนเดียวนี้นะ!!”
“อ้อ โซระ เพิ่งเจอหน้ากันก็ไล่เลยหรือ หืม?” ร่างสูงตวัดมือหนารั้งร่างเล็กลงบนตัก
“รู้ชื่อผมได้ไง!!”
“ฮะๆ ตระกูลใหญ่ๆอย่าง โทะกุงะวะ สืบได้ไม่ยากหรอก ช่างเถอะ เรามาต่อกิจกามของเราดีกว่า” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู โซระใบหน้าร้อนผะผ่าว เมื่อเจ้าของคีมเหล็กมืออยู่ไม่อยู่สุข ลูบไล้ทั่วกาย
“เปล่อยผม อะ...ไอบ้า ไอหื่น ไอวิปลิศ”
ใบหน้าคมสันเครียดขึง คนอย่าง นาชีฟ ไม่เคยโดนใครด่าแบบไม่ไว้หน้า มือหน้าจับร่างๆเล็กๆแน่น กระซิบถามเสียงรอดไรฟัน
“เธอ! ด่าฉันว่าอะไรฮะ?!”
“เหอะ ไอบ้า ไอโง่ ไอหื่น ไอวิปะ...อื้อ!” เรียวปากสีเชอร์รี่ถูกปิด ลิ้นหนาสอดควานหาเรียวลิ้นนุ่มภายในโพรงปาก รุงแรงและดุร้าย ราวกับจะลงโทษปากบางที่ร่ายแต่คำด่า โซระทุบอกบุรุษตรงหน้าย่างแรง รู้สึกราวกับลมหายใจขาดหาย
“ปล่อยนะ คุณ…อ๊ะ”
โซระร้องบอก แต่ร่างสูงไม่ทำตามหน้ำซ้ำ มือหนาราวหนวดปลาหมึกยังไล้ทั่วกาย ร่างบางเกร็งตัวเมื่อชายหนุ่มใช้ลิ้นลูบไล้หน้าอกเปลื้อยเปล่า เสียงหวานร้องครางกระตุ้นกามารมณ์ของร่างใหญ่โต นาชีฟเชยชมจุดยอดของร่างเล็ก เฉกเช่นมันเป็นของหวาน มือกร้านขยับขยายแกนกายใหญ่ที่เรียกร้องออกมาข้างนอก
“ผะ...ผม ผมขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม?!” โซระอ้อนวอน นาชีฟมองร่างบางแววตาลังเล แต่ก็ต้องใจอ่อนเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น
“ไปสิ...”
ชายหนุ่มอนุณาติ ในใจใคร่ครวญการกระทำของตน ทำไมเขาต้องยอมเด็กนั้นด้วย เพียงได้ยินเสียงสะอื้น ใจเขาพลันอ่อนลง ทั้งที่จะลงโทษปากสวยๆที่พร่ำแต่คำด่า...เขาใจอ่อน ความรู้สึกแปลกๆก่อตัวในอก ใจเต็นระรัวเมื่อนึกถึงร่างกายบอบบางแดงเรื่อจากรอยจูบ
หรือว่า...เขาเป็นโฮโม...คงไม่ใช้ ชายหนุ่มได้แต่ปลอบใจตัวเอง เขาผ่านชายหญิงมามาก มายนับไม่ถ้วน ความรู้สึกต่อโซระ เด็กหนุ่มหน้าหวานจากญี่ปุ่น คือ ความลุ่มหลง ไม่สนแม้ตระกูล โทะกุงะวะ จะสืบหาทายาทเพียงคนเดียวอย่างพลิกแผ่นดิน ลักพาตัวมาอย่างกับขุนโจร...ช่างเถอะ ขอเพียงเขาได้ลิ้มรสความหวานจาก โซระ ความรู้สึกแปลกๆคงหายไปเอง...ได้แต่หวัง
30 นาทีผ่านไป
“นานเกินไปแล้ว...หรือว่า!” นาชีฟบ่น พลันสมองนึกได้ว่าในห้องน้ำมีหน้าต่างเปิดปิด...โซระต้องหนีไปแน่นอน
ปัง!!!
“บ้าชิบ!!! อิลยาสั่งให้การ์ดทุกคนตามหาตัวโซระ ไม่เจอตาย!” ชายหนุ่มสั่งสาวใช้ที่วิ่งมาดูเหตุการ์ณเพราะตกใจ
“ฉันจะจับเธอให้ได้ โทะกุงะวะ โซระ!”
……………………………………………………………………………………………………
ด้านโซระ
“ชะ...ช่วยผมด้วยคะ...ครับ”
“เฮ้ย!!”
……………………………………………………………………………………………………
ชายหนุ่มใบหน้าคมสันรับร่างบางที่ทำท่าจะล้ม ร่างบางแนบซบอกแกร่ง โซระมองคนตรงหน้า ชายหนุ่มในชุดสูท...
“เฮ้! เธออย่าเพิ่งเป็นไรไปน่ะ เดียวฉันตามไอ้นาชีฟให้” คำพูดของชายใบหน้าคมสันทำให้โซระสดุ้งสุดกาย
“ค...คุณ ช่วยผม...อย่าส่งผมให้นาชีฟ ขะ...เขา...”
ยังไม่สิ้นเสียง ออดฉุกเฉินดังขึ้น ชายหนุ่มมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยความสงสัยคงเป็นเด็ก
ในฮาเร็มนาชีฟ นี่คงถูกมันบังคับสิน่ะ...
“ไอ้เพื่อนบ้า แม้แต่เด็กยังไม่เว้น” ชายหนุ่มถอนใจเฮือกใหญ่ สำรวจใบหน้าเนียนใสของเด็กหนุ่มอย่างพินิจ
“รสนิยมดีไม่เปลี่ยนนาชีฟ ในเมื่อเด็กมันเสนอฉันก็สนอง โทษทีวะเพื่อนยาก”
รสจิ๊บสำหรับทะเลทรายแล่นออกไปแล้วพร้อมชายหนุ่มปริศนา...
……………………………………………………………………………………………………
ชีคกีซา กาฮีราห์ ชาฟ บุรุษผู้ได้ฉายาว่า ฮอรัส เปรี่ยมด้วยปัญญาอันล้ำเลิศ เพียงแค่เข้าพลิกฝ่ามือหุ้นในตลาดที่เขาครอบครองก็ดีดตัวขึ้นสูง ชายหนุ่มมีศักษ์เป็นชีคแห่งรัฐ กาฮีราห์ รัฐอิสระที่เจริญรุ่งเรื่องทั้งด้านวัณนธรรมไม่แพ้ อัสวาน อีกทั้ง ชีคกีซายังเป็นเพื่อนสนิทนาชีฟ
วันนี้ กีซา ได้เดินทางไปรัฐอัสวานเพื่อพบเพื่อนสนิท แต่ส้มหล่นเจอหนุ่มน้อยหน้าหวาน ขอความช่วยเหลือ ถึงจะรู้ว่าร่างบางข้างกายเป็นเด็กของนาชีฟก็เถอะ...สำหรับเขา สิ่งใดที่ต้องใจจักต้องแย่งมาครอบครอง!
และเผอิญว่า...โซระถูใจเขา
“...โอ๊ย...หะ...หิวน้ำ” น้ำเสียงแผ่วดังจากร่างบางข้างกาย กีซาสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว ถามอาการร่างเล็ก
“เธอ เป็นไงบ้าง”
“ผะ...ผม หิวน้ำ”
ร่างเล็กขยับกายมือคว้านรอบตัวราวหาที่ยึด พลัน มือใหญ่เอื้อมส่งมือให้ร่างเล็กเป็นหลักยึด และส่งน้ำดื่มให้ดับกระหาย โซระรวบรวมสติมองหน้าผู้ช่วยเหลือ
“ขอบคุณครับ...เอ่อ...ที่นี้ที่ไหน?” โซระถาม มองข้าวของเรื่องใช้รอบๆตัวที่หรูราโอ่อ่าไม่แพ้วังของนาชีฟ
“วังผมเอง ^_^ แล้วเธอชื่อไร หืม”
“โทะกุงะวะ โซระ ครับ ขอบคุณคุณมากที่ช่วยผมจากไอ้หื่นนั้น”
โซระก้มหัวขอบคุณผู้มีพระคุณ นัยต์ตากลมโตสำรวจบุรุษตรงหน้าอย่างละเอียด ใบหน้าคมสัน ผิวสีแทนน้ำผึ้ง อดเปรีบเทียบกับนาชีฟไม่ได้ ทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว นาชีฟดูดุดัน แข็งกร้าว แต่คนตรงหน้ากลับดูอ่อนโยน
“ไอ้หื่น? หมายถึงนาชีฟหรือ มันทำอะไรเธอ” กีซาแกล้งถาม
“มันลักพาตัวผม แล้วยังพยายามข่มขืนผมอีก...เอ่อ...ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าคุณชื่อ...” น้ำเสียงรังเกลียดเมื่อพูดถึงวีรกรรมที่ไอ้หื่นบ้าอำนาจทำ...
“กีซา การีฮาห์ ชาฟ ครับ”
“คุณกีซา ช่วยพาผมกลับญี่ปุ่นได้ไหมครับ นะครับ”
โซระขอร้องชายหนุ่ม แต่คำขอของเขาดูเหมือนจะกลายป็นหลุมพลางที่ กีซา คำนวณเอาไว้แล้ว
“ผมมีข้อเสนอ...” ชายหนุ่มกล่าว พลางยิ้มเจ้าเลห์
“อะไรครับ?”
“เรียกผมว่า ชาฟ สิครับ โซระจัง”
“เอ่อ...ครับ ชาฟ แล้วคุณจะพาผมกลับญี่ปุ่นเมื่อไหร่” โซระใบหน้าแดงเทือก ข้อเสนอง่ายๆแต่ทำให้เขาใจเต็นแปลกๆ
หัวใจเต้นแรง...แรงเกินไปแล้ว
“ผมอยากให้โซระกลับบ้านไวๆนะครับ แต่...” เสียงคนพูดถอดทอนหายใจอย่างมารยา เรียกร้องความสนใจจากร่างเล็ก แต่โซระไม่มีทางรู้ ก็เขามันซื่อ!
“อะไรครับ...ผมรบกวนชาฟมากไปเปล่า”
“แต่...ช่วงนี้พายุทะเลทรายเข้าบ่อยน่ะสิครับ จะใช้เจ็ตไปส่งสนามบิน ผมก็กลัวเจอพายุทะเลทราย...ผมขอโทษนะครับโซระจัง แต่กว่าจะผ่านฤดูพายุทะเลทรายไปได้ก็ใช้เวลาประมาณ...เดือนกว่าๆ”
ชาฟบอกแสร้งถอนหายใจ แผนที่เขาเพิ่งคิดสดๆเพื่อถ่วงเวลาร่างเล็กน่ากอดให้อยู่กับเขานานๆ แถมยังเพิ่มคะแนนความดี น่าเชื่อถือ โซระเป็นคนญี่ปุ่นคงไม่รู้ ชีวิตในทะเลทรายไม่มีฤดูพายุทะเลทรายหรอก...เขาแค่แหล่สดๆ
“เดือนเลยเหรอครับ…” นัยต์ตาเบิกว้าง เมื่อรู้เวลาที่เขาต้องติดอยู่แดนทะลทราย แต่ก็ต้องถอนหายใจแรงๆ อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องตกเป็นนางบำเรอของไอ้หื่น! ชาฟนิสัยดีกว่านาชีฟเยอะ...ประตูหลังคงปลอดภัยสักระยะ [หรอ]
“ผมขอโทษนะรับโซระจัง” ชาฟแกล้งตีหน้าเศร้า ก้มหน้ามองเท้า การกระทำครั้งนี้เรียกคะแนนร่างบางได้เต็มร้อย
ผมต่างหากที่รบกวน เอ้อ ชาฟครับคุณไปอยู่วังนาชีฟได้ยังไง” เด็กหนุ่มถามคำถามที่น่าสงสัย เขาจำได้ว่ากระโดดลงจากหน้าต่างชั้นสองและวิ่งมาราธอนไกลเกือบกิโลกว่าๆ
“นาชีฟเป็นเพื่อนสมัยเด็กครับ...แต่ผมกับเขา เอ่อ...ค่อนข้างไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไหร่ เพราะนาชีฟใจร้อนมากๆ พอดีวันนี้คุณปู่โทรมาบอกให้ผมเอาของให้เขานะครับ”
ชายหนุ่มใส่ไฟเพื่อนรักอีกครั้ง เพื่อนสมัยเด็กหรอ? เรียนมัธยมที่เดียวกันมหาลัยคณะเดียวกัน ทำธุรกิจร่วมกัน อีกทั้งคุณปู่เขาก็ตายไปนานแล้วจะโทรมาได้ไง เรียกง่ายๆ...
ตอลแหล
“เฮอะ ผมก็ว่างั้นละ”
“แต่จะโทษนาชีฟก็ไม่ได้หรอกครับ ครอบครัวของเขาเลี้ยงดูราวไข่ในหิน แถมนางในฮาเร็ม ห้าร้อยกว่าคนยังบูชา นาชีฟ ยังกับพระเจ้า…เฮ้อ...ผมคงสู้เพื่อนคนนี้ไม่ได้เลย”
“ชาฟ มีน้ำใจ หล่อกว่านาชีฟอีก แถมคุณยังใจดี อย่าคิดมากเลยครับ”
โซระเห็นชายหนุ่มทำหน้าเศร้ามือบางๆเอื้อจับมือกร้านคล้ายปลอบประโลม ชาฟได้โอกาศกุมมือร่างบางแน่นพูดอ้อน
“ขอบคุณโซระจังที่ปลอบครับ อืม เที่ยงแล้วไปกินข้าวกันเถอะครับ” กล่าวจบชาฟก็กุมมือร่างเล็กพาไปยังห้องอาหารทันทีโดยให้เหตุผลร่างเล็กที่ขัดขืนว่า ‘กลัวหลง’ ในหัวก็คิดสารพัดแผนการที่จะหลอกหล่อ คนซื่อ ให้เป็นของตนทั้งกายและใจ
ขอโทษวะนาชีฟ เด็กแกฉันขอ
……………………………………………………………………………………………………
เจรีส อัสวา นาชีฟ เดินวนไปวนมารอบโต๊ะทำงานราวกับหนูติดจั่น เขากำลังรอรายงานจากพวกการ์ดที่ออกตามหาโซระ เขาห่วง ใช้เขาห่วงโซระ ใจร้อนระลุ่มเหมือนกองไฟสุมอก กับแค่เด็กคนเดียวเท่านั้น...หากไอ้ชาฟรู้ คงหัวเราะตาย
“นายใหญ่ครับ ไม่พบร่องรอยของท่านโซระเลยครับ” การ์ดร่างสูงรายงาน ร่างกายสั่นระริก ด้วยกลัวการลงทัณฑ์
เพียะ
ชายหนุ่มสะบัดฝ่ามือลงบนแก้มของลูกน้องทันที เมื่อได้รับข่วไม่พึงใจ ปากหนายิ้มหยัน คนตัวเล็กที่ไม่รู้หนีไปไหน ก่อนสั่งการ์ดตัวเองด้วยเสียงดังลั่นปานอสุนีบาส
“ตามหาโซระให้เจอ! สืบข่าวจากทุกที่ทั่วอัสวาน หึ แกคงรู้ใช้ไหม...ตบนั้นเป็นแค่สั่งสอนเล็กๆน้อยๆ”
“คะ...ครับ นายใหญ่”
“ดี...ไสหัวไปได้แล้ว” ดังน้ำทิพย์ชโลมกาย การ์ดร่างใหญ่ค้อมตัวทำความเคารพและจากไปชั่วพริบตา
โซระ...เธอหนีคนอย่าง เจรีส อัสวาน นาชีฟ ไม่พ้นหรอก
กรุ๊ง กริ๊ง
เสียงกระดึงดังกังวาน มาจากหน้าประตูห้องทำงาน นาชีฟจ้องผู้มาเยือนด้วยแววตาอ่อนโยน หญิงสาวร่างบอบบางเดินเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มเบา หน้าอกอวบอัดเบียดเสียดสีร่างสูงเสียจนรู้สึกวูบวาบ
“เป็นอะไรค่ะ นาชีฟ ตระโกนดั่งลั่นไปจนถึงฮาเร็มเลย” ผู้มาใหม่ถามเบาๆ มือเรียวสวยจูงชายหนุ่มไปนั่งโซฟารับรองแขก
“ไม่มีอะไรหรอก อารียาห์” นาชีฟกล่าวปลอบมือหนากอดร่างเล็กข้างกาย
“แน่ะ แล้วโซระนี่ใครเอ่ย?” ร่างบางเอ่ยกระเซ้า
“ขอโทษนะ อารียาห์ ผมลืมเอาโซระไปแนะนำให้รู้จัก เขาเป็นเด็กใหม่...แต่หนีไปแล้ว”
“คิก คิก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนหนีคุณ ช่างเถอะค่ะ ช่วงนี้ฉันไม่มีเวลาว่างเลย...ต้องจัดการงานในฮาเร็มอีก”
ร่างบางกล่าวแง่งอน ผู้มีอำนาจถึงขนาดเดินเข้าห้องนาชีฟโดยไม่ต้องขออนุณาตินอกจาก
บาส คาดิน อีเฟนด์ อารียาห์ ผู้ให้กำเนิดบุตรคนแรกแก่นาชีฟ...
“ผมขอโทษ...ทำให้คุณพลอยลำบาก”
“ไม่เป็นไรค่ะ นาชีฟ ฉันรักคุณฉันทำเพื่อคุณได้ทุกอย่าง”
“ขอบคุณเธอมาก...อารียาห์” กล่าวจบบทเพลงแห่งรักก็ถูกบรรเลงขึ้นบนโซฟารับแขก กับ หญิงงามผู้ได้ชื่อว่า...เมีย
……………………………………………………………………………………………………
“นายใหญ่ครับ มีรายงาแจ้งมาว่า วันนี้เวลา 10 โมงเช้า ชีคกีซา กาฮีราห์ ชาฟ เสร็จมาหา คนสวนแถวนั้นแจ้งว่าท่านชีค ลุกลี้ลุกลนและกลับไปก่อนกำหนดพร้อมกับใครไม่รู้ในอ้อมกอด”
การ์ดร่างสูงรายงาน หลังจากออกห้องนายใหญ่สักครู่ก็มีคนสวนมาแจ้งถึงเหตุการ์ณผิดปกติ ซึ่งเขาก็ตรงดิ่งรีบมารายงานนายใหญ่ทันที
“ไอ้ชาฟ!!!” นาชีฟคำรามลั่น กัดฟันกรอด ใบหน้าถมึนทึง อารมณ์หงุดหงิดเหมือนถูกแย่งของเล่น ชายหนุ่มสั่งการ์ดให้เตรียมเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เพื่อตรงไปยัง รัฐกาฮีราห์
“เวร!! ไอ้เพื่อนเลว”
ชายหนุ่มสบถ หงุหงิด เขาอุสาห์พาโซระกลับมา อัสวาน เพื่อเล่นกับหนุ่มญี่ปุ่นตามที่มันแนะนำ ที่ไหนได้...ชุปมือเปิบ
นาชีฟหยิบโทรศัพท์ รุ่น Sony Ericsson Black Diamond ถึงจะไม่แพงที่สุดในโลก แต่ตัวเครื่องทำจากแพทตินั่ม หน้าจอระบบสัมผัส ตัวปุ่มกดฟังเพชร เครื่องสามารถใช้ Wi-Fi - Intel 400 MHz ชายหนุ่มไม่รอช้ากดเบอร์โทรหาเพื่อนรักหักเลี่ยม
/อ้าว...นาชีฟ โทรมามีอะไร/
“แกมาวังฉันแล้วเอาใครออกไปด้วย ไอ้ชาฟ” เสียงตะคอก ดุดัน ไร้ความปราณี แต่จะมีผลอะไรกับคนอย่าง ชีคกีซา การีฮาห์ ชาฟ ผู้มีอำนาจเทียบเท่าตัวเขาทุกด้าน
/จมูกไวเหมือนเดิมวะเพื่อน เอ้...รู้สึกว่าชื่อ โซระจัง น่ารักตรงสเปควะ ฮ่ะ ฮ่ะ/ ปลายสายพูดยียวน ด้วยรู้นิสัยใจร้อนของเพื่อนรักดี
“แก! ไอ้ชาฟ จะแย่งของเพื่อนเหรอวะ”
/ฮ่า ฮ่า นาชีฟเพื่อนรัก แล้วแกคิดว่าไง หือ/
“แกทำอะไร โซระ!”
/ไม่ต้องห่วง ตอนนี้ทำไม่ลงวะ เด็กมันซื่อเกิน แต่ฉันจะพาไปเดทกลางทะเลทราย ‘โซระจังครับ! เตรียมของเสร็จยัง’/ ชาฟละจากโทรศัพท์หันไปพูดกับร่างเล็กที่กำลังแพ็คกระเป้าเดินทาง ยิ่งคำตอบของร่างเล็กที่เล็ดรอดผ่านโทรศัพ์นำความโกรธเหลือคณาแก่นายใหญ่แห่งอัสวาน
‘จะเสร็จแล้วครับ ชาฟ’ คำเรียกขานสนิทสนมคุ้นเคย เหมือนน้ำมันราดลงกองเพลิงที่ลุกโชน นาชีฟกัดฟันแน่น ใบหน้าตึง เมื่อเพื่อนรักเยาะเย้ยกลับ
/ได้ยินป่ะวะ เด็กแกยอมรับฉันวะ/
“ไอ้เพื่อนเวร! ฉันขอเตือนแกครั้งสุดท้าย ส่งโซระให้ฉัน ไม่งั้นเราได้เปิดศึกกันแน่!”
/รออยู่เลยคำนี้ หึหึ ถ้าคิดว่าสู้ได้ก็สู้ ฟาโรห์แห่งอัสวาน ฮ่าฮ่า แล้วเราจะได้รู้กัน ระหว่าง ฮอรัส กับ ฟาโรห์ อำนาจใครจะยิ่งใหญ่กว่า...กัน/
“สั-ตว์!!!”
ติ้ด ติ้ด ติ้ด
สัญญาณโทรศัพท์ขาดหายไปพร้อมๆกับ มือถือเครื่องละ 12 ล้าน ถูกปาระบายอารมณ์ลงพื้น นาชีฟโมโหแทบบ้า เพื่อนสนิทมาแย่งของๆตัวเอง ใครจะอภัยให้ลง...ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงยกให้มันฟรีๆ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มตระหนักแล้วว่า
โซระ...สำคัญ
และของสำคัญของเขา จะให้ใครแย่งไม่ได้เด็ดขาด!
“แก! ไปบอกไคมาส์ ถอนหุ้นทั้งหมดออกจากเครื่อ กาฮีราห์ และ ยกเลิกสัญญาค้าน้ำมันกับรัฐกาฮีราห์ และพามันมาพบฉัน ไป!”
นาชีฟสั่งการ์ด ให้ไปบอก ไคมาส์ เลขาของเขา ศึกครั้งนี้เขาจะล้มคู่แข่งด้านเศรษฐกิจก่อน เพราะ เครื่ออัสวาน เป็นผู้จำหน่ายน้ำมันอันดับ1ของโลก การบล็อกประเทศคู่ค้าสักประเทศไม่เดือดร้อนถึงเศรฐกิจของเขาหรอก...ยกเว้นไอ้ชาฟมันจะ...
“Shit!!! บอกเครื่อข่ายทุกเครื่อ ห้ามให้การสนับสนุน คนของราชวงศ์ กาฮีราห์”
นาชีฟสั่งพอดีกับ การ์ดคนแรกเชิญ ที่ได้รับคำสั่งเชิญ ไคมาส์ เลขาส่วนตัวมาพบนายใหญ่ ประตูห้องเปิดออก ชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ เดินมาหานายใหญ่แห่งอัสวาน หรือ อีกนัยคือพี่ชาย
“พี่นาชีฟ ไอ้ชาฟเล่นอะไรอีก พี่ถึงโกรธขนาดถอนหุ้นออกขนานั้น” ไคมาส์ถาม ดวงตาภายใต้กรอบแว่น เปร่งประกายสนุกสนาน ด้วยคาดเดาได้ว่า พี่ชายกับเพื่อนสนิทคงมีอะไรไม่กินเส้นสักเรื่อง
“ไอ้เพื่อนเลวมันลักพาตัวคนของพี่ และเรากำลังเปิดศึกกัน”
“!! เปิดศึก? พี่นาชีฟ ราชวงศ์กาฮีราห์ ไม่ใช่ราชวงศ์เล็กๆเลยนะครับ” ไคมาส์กล่าวเตือน ถึงเขาจะรู้นิสัยของนาชีฟดีก็เถอะ...
การเปิดศึกทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ เงิน สังคม การทหาร ใช้งบประมาเริ่มต้นเกือบหมื่นล้าน ถึงจะน้อยนิดสำหรับคระกูลอัสวาน แต่ผลเสียสำหรับสองตระกูล ผลลัพท์ออกมาคงกลายเป็นเหมือนพวก อิรัคแน่
สงครามกลางเมือง...รบเพื่อเงิน
ตระกูลอัสวาน และ ตระกูล กาฮีราห์ ถึงการปกครองจะแตกต่างกัน หากทั่วโลกต่างรู้ว่า สองตระกูลร่วมมือกันจนสามารถเป็น1/10 ผู้นำของโลก เพราะฉะนั้นหากข่าวการเปิดศึกระหว่าง นายใหญ่ เจรีส อัสวาน นาชีฟ กับ ชีคกีซา กาฮีราห์ ชาฟ เศรษฐกิจทั่วโลกต้องผันผวนแน่นอน
“เออ! เพราะมันใหญ่ถึงกล้าขโมยคนของพี่ในวังของพี่ แล้วแกยังจะให้พี่ทนหยามหน้าอีกเหรอ”
“...คร๊าบบ เจ็ตพร้อมแล้วพี่ จะไปเลยไหม”
“เออ!”
ร่างสูงตอบอย่างหงุดหงิด เขารู้ว่าไม่ควรพาลลงกับน้องชาย แต่ใจมันปั่นปวนแค่นึกภาพ ไอ้ชาฟกับโซระ อยู่ด้วยกัน…
……………………………………………………………………………………………………
พระราชวังแห่งกาฮีราห์ บัดนี้วุ่นวายไปด้วยเหล้าข้าทาส วิ่งเข้าวิ่งออกเพื่อจัดเตรียมขบวนเดินทางไปยัง โอเอซิส Erg Awbari โอเอซิสแห่งหนึ่ง ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดในโลก
ร่างเล็กที่สาละวนเลือกชุดจากบรรดาสาวใช้ที่จัดเตรียมมาให้แพ็คเข้ากระเป้า ฉับพลัน...ประโยคๆหนึ่งที่ชาฟพูด สร้างความสงสัยแก่เขาจนอดถามไม่ได้ว่า...
“ชาฟครับ แล้วเราไปเที่ยวในทะเลทราย แบบนี้จะไม่เจอพายุทะเลทรายเหรอฮะ” โซระถาม นัยต์ตาดำใส สะท้อนประกายซื่อเสียจนชายหนุ่มอดหัวเราะเอ็นดูความใสซื่อของโซระจัง
ถ้าใครบอกว่าคนญี่ปุ่นเชียวญชาญรื่องอย่างว่า เซ็กส์จัด เหลี่ยมจัด...เขาขอเถียงขาดใจ… ก็เจ้าของนัยต์ตากลมโตข้างๆเป็นพยานปากเอกอยู่แล้วว่า...
ไม่รู้อะไรเลยว่า...
ถูกหลอก
“ไม่ครับ แถบนั้นไม่มีพายุเข้าหรอก รีบขึ้นอูฐเถอะ โซระจัง เราต้องเดินทางอีก 2 ชั่วโมง”
รอยยิ้มอบอุ่นถูกมอบให้ร่างเล็ก มือกร้านประคองโอบร่างเล็กบางขึ้นหลังอูฐ ชายหนุ่มใช้มือลูบไล้สัมผัสผิวขาวนวลเนียนของร่างเล็กอย่างจงใจ เรียกสีหน้าแดงระเรื่อเพราะความเขินอายจากโซระเป็นอย่างดี
ใบหน้าแดงเรื่อจากความเขิน เพิ่มเสน่ห์หอมหวานใจ จนชาฟแทบอดใจไม่ไหว ชายหนุ่มเข้าใจเลยว่าทำไมเพื่อนรักอย่างนาชีฟ ยอมลักพาตัวมาอัสวาน แถมยังขอเปิดศึกกับเขาอย่างเป็นทางการเพราะเด็กหนุ่มข้างกาย เพียงเพราะ
มนต์เสน่ห์อันติดตรึงใจ
“ไปกันเถอะ” เสียงกระซิบแผ่วเบาข้างหู
หน้าอกแกร่งที่เป็นที่พักพิงของโซระยามอูฐทะเลทรายก้าวเท้าที่ละก้าว ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆหล่อหลอมหัวใจโซระจนระอุ...ความอ่อนโยนที่ไม่เคยสัมผัสตั้งแต่จากบ้านเกิด
หัวใจดวงน้อยเต้นแรงยิ่งขึ้นยามเมื่อมือกร้านประคองตนไม่ให้พลัดตกจากหลังอูฐ ความ รู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวตั้งแต่แรกพบ กับคนที่ได้ชื่อว่า...กีซา กาฮีราห์ ชาฟ
บัดนี้โซระได้ประจักแก่ใจตนเองแล้วว่า...เขารักชาฟ
รัก...ตั้งแต่ได้รับความช่วยเหลือจากชายผู้บ้าอำนาจ
รัก...ตั้งแต่เขามอบความอ่อนโยนให้
รัก...รัก...รัก
“ชาฟครับ...ผมดีใจที่ได้เจอคุณ” คำพูดเบาๆ สร้างความหวาบหวิวในอกแก่ชายหนุ่มเขากอดร่างเล็กในอ้อมกอดแน่น
“ผมก็เช่นกัน”
ชายหนุ่มกล่าว ในใจหวังเพียงว่าเขาจะเลือกคนถูก...เลือกที่จะเสียเงินนับพันล้าน เปิดศึกกับตระกูลอัสวาน เพียงเพื่อแลกกับร่างเล็กในอ้อมกอด...
คนที่เขาถูกใจ..
โอเอซิส Erg Awbari ตั้งอยู่ใกล้ซากป้อมโอมาน สิ่งก่อสร้างสมัยโบราณที่ใช้ปกป้องชาวบ้านจากการรบ น้ำจืดในโอเอซิสมีสีสวยราวมรกต ความใสของน้ำชวนตื่นตาตื่นใจ รอบๆโอเอซิส ต้นปาล์มขึ้นเป็นทิวแถว แอ่งน้ำขนาดใหญ่ใจกลางโอเอซิสยังมีดอกไม้บานสะพรั่ง อาทิ เฟอเครียร์,จันทร์ผา,ลั่นทม,
จึงไม่แปลกหากโอเอซิสแห่งนี้จะมีคู่รักหลายคู่มาเที่ยวชมบรรยากาศอันโรแมนติค แอ่งน้ำขนาดใหญ่ยังมีบริการเรือเช่า ตรงด้านขวาถัดจากป้อมโอมาน มีโรงแรมเล็กๆต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ช่วงนี้หน้าร้อนคนต่างชาติจึงไม่พลุกพ่านจะมีก็แต่คนท้องถิ่น
โซระลงจากหลังอูฐ เวลาเดินทางกลางทะเลทราย 2 ชั่วโมงเศษๆ กับภาพตระการตาตระการใจ นับว่าคุ้มค่า โซระไม่เคยเที่ยว...ตอนเด็กเขาจำได้ว่าอาศัยอยู่ในบ้านญี่ปุ่นทรงโบราณ อาณาเขตของบ้างกว้างเกือบ 50 ไร่ แต่พอเขาโตขึ้นมาก็ถูกพวกคนในตระกูลกลั่นแกล้งสารพัด จนท่านพ่อ ผู้นำตระกูล โทะกุงะวะ ทนไม่ได้ สั่งให้เขาออกจากเรือนใหญ่ ไปอยู่กับแม่ที่ฮอคไกโด
เพราะแม่โซระเป็นเพียงหญิงธรรมดา ไม่มีเชื้อสายขุนนาง ตระกูล โทะกุงะวะ จึงมีเขาเป็นรอยด่างเพียงคนเดียว ตอนเด็กๆจำได้ว่าแม่ต้องออกรับจ้าง ซักรีดผ้า ขณะนั้นโซระเรียนอยู่ ม.2 ตอนเย็นหลังเลิกเรียนต้องช่วยแม่ทำงาน ไม่เคยออกไปเที่ยวไหนเกิน 1 กิโลเมตรเลย
จบ ม.3 โชคดี โซระได้งานส่งเอกสารของบริษัทแชงกีล่า จากคนรู้จัก นับแต่นั้นเขากับแม่ก็ย้ายมาอยู่โตเกียว หนึ่งเดือนต่อมา แม่ตาย...ด้วยโรคไข้ใจ แม่ทรมานทำงาหนักและไหนต้องทนเสียงเสียดสีจากบรรดาคนใหญ่คนโตในตระกูลที่ตามรังควาญไม่เลิก...ทั้งท่านพ่อยังไม่สนใจท่านแม่
...พอทางตระกูลรู้เรื่องการตายของท่านแม่ ไม่นานท่านพ่อก็สิ้นลม ทางตระกูลใหญ่จึงส่งจดหมายให้เขากลับไป เพื่อสืบททอดตำแหน่งผู้นำตระกูล...โซระรู้ดีว่าคนพวกนั้นเพียงแค่ใช้มารยาหลอกล่อเขา เพราะเขาเป็นเชื้อสายตรงของท่านพ่อเพียงคนเดียว...แต่ความทรงจำอันเลวร้ายนั้นเกินจะรับไหว โซระจึงปฎิเศษตำแหน่งจอมปลอม...
ขอสู้ด้วยลำแข็งดีกว่าต้องชิงชัยในวังวนสกปรก
“โซระจัง เหม่อคิดถึงใครครับ” ชาฟถามเห็นร่างบางเหม่อมองพระอาทิตย์สีส้มอ่อนๆใกล้จะลาลับฟ้าอย่างเหม่อลอย
“ผม...ตั้งแต่เกิดมาผมไม่เคยมาเที่ยวเลยฮะ นี่เป็นครั้งแรก...” โซระถอดหายใจเฮือกใหญ่ก่อนมองพระอาทิตย์ค่อยๆลาลับฟ้า แสงแดดสีส้มอ่อนสะท้อนเข้าตา ช่างสวยงาม...
“ครั้งแรกที่ได้มองพระอาทิตย์ลับฟ้า...” ใบหน้างามทอประกายความนุ่มนวลเสมือนกระจกสะท้อนจิตใจที่บริสุทธ์ ชาฟมองโซระอย่างตะลึงคำพูดผะแผ่วของร่างเล็กข้างกายทำให้เขารู้สึกสงสาร...อาจเป็นเพราะบรรยากาศโรแมนติคทำให้อยากได้ทั้งกาย...และหัวใจของโซระ
“...ให้ผมดูแลคุณได้ไหม โซระ” เจ้าของนัตย์ตาคมปลาดจ้องมองร่างเล็ก มือหนาเกาะกุมข้อมือบางแนบอกคล้ายจะบอกให้ร่างบางสัมผัสเสียงหัวใจเต้นระรัว
เขาแน่ใจว่า อยากดูแลโซระจากใจจริง
โซระหน้าแดงระเรื่อ วงหน้าเนียนหลบสายตาร่างสูง ปากบางแดงไม่คล้ายผู้ชายสั่นระริก มือเรียวที่แนบอกร่างสูงสั่นรั่ว เป็นครั้งแรกกับการถูกดูแล เอาใจใส่ เป็นครั้งแรกที่มีคนอยากปกป้อง
และ...เป็นครั้งแรกที่โซระอยากได้รับการปกป้อง...
“ขอบคุณฮะ”
หยาดน้ำตาสีใสหล่นใสใบหน้านวลเป็นทาง อารมณ์ของโซระในตอนนี้ ทั้งรู้สึก ดีใจ ตื่นเต้น แปลกประหลาดเพราะ...
เพียงคำพูดไม่กี่คำของชาฟ
เพียงความอ่อนโยนอักน้อยนิดที่ชาฟมีให้
เพียงเท่านั้น...เขาก็ดีใจ
“ฉันชอบเธอ...โซระ”
กล่าวจบร่างสูงดึงร่างบางแนบอก ปากหนาประทับจุมพิตแก่ร่างเล็ก เรียวลิ้นหนาไล้หาความหวานในโพรงปากอย่างนุ่มนวล รสชาตินั้นหวานหอมดังคาราเมล อ่อนโยน ละมุม เป็นสัมผัสครั้งแรกในชีวิตที่ได้รับ ไม่รุนแรง ป่าเถื่อนเหมือนใครอีคคน...
มือบางเกาะบ่าร่างสูงเป็นหลักยึด ลมหายใจขาดเป็นห่วงติดขัด แต่ไม่อยากให้ร่างสูงเลิกกระทำการดังกล่าว ชาฟผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ชายหนุ่มกระซิบบอกข้างหูร่างเล็กแผ่วเบา
“...อากาศเริ่มหนาวแล้ว โซระจัง กลับกระโจมกันเถอะ…”
……………………………………………………………………………………………………
เครื่องบินเจ็ตร่อนลงยังรัฐกาฮีราห์อย่างปลอดภัย ทุกอย่างดูราบรื่น ปลอดโปร่ง หากข่าวจากทาสภายในวัง กาฮีราห์ สร้างความขุ่มมัวแก่นาชีฟเป็นอย่างยิ่ง
ไอ้ชาฟพาโซระไปเที่ยว โอเอซิส Erg Awbari คำยั่วของเพื่อนรัก ‘พาไปเดทกลางทะเลทราย’ มันทำจริงๆ และทาสในวังยังบอกอีกว่า เด็กหนุ่มญี่ปุ่นดูเต็มใจไปกับไอ้ชาฟ
นาชีฟกระแทกสันหมัดลงกำแพงอย่างแรง ฟันคมกัดริมฝีปากจน เลือดคราวๆขมปร่าในปาก อารมณ์ โมโห หงุดหงิด เสียใจแล่นปลาบไปทั่วร่างกาย
ทำไมเธอถึงไว้ใจไอ้ชาฟมากกว่าเขา
ทำไมไม่คิดบ้างที่เขาตัวมาอัสวานก็เพราะ..หลง
คำว่า หลงใหล ในหัวนาชีฟเหมือนน้ำเย็นยะเยือกสาดหน้า ชาไปทั้งกาย เขาคิดไม่ซื่อกับโซระ...ลักพาตัวมาอัสวานเพราะถูกใจ หน้าตาสวยหวานกับนิสัยหยิ่งทระนงในศักษ์ศรี ร่างกายที่นุ่มนิ่มหอมชื่น
รู้แล้ว...
“ไคมาส์ ฉันจะไป Erg Awbari เตรียมทุกอย่างให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง” นาชีฟสั่ง แต่น้องชายกลับไม่เห็นด้วย
“พี่นาชีฟ ผมว่ารอพรุ่งนี้ตอนเช้าดีกว่า ตอนนี้ค่ำแล้ว”
“ไม่!!!” นาชีฟตวาตใส่ ไคมาส์หน้าซีดเผือก
เขา...รอช้าไม่ได้
“ทำตามคำสั่งพี่ ไคมาส์” นาชีฟตั้งสติ น้ำเสียงที่พูดกับน้องชายคงเรียบ เขาทำให้น้องกลัว...เขารู้สึกผิด
“ค...ครับ”
……………………………………………………………………………………………………
แสงสีเหลืองนวลของพระจันทร์ยามค่ำคืนส่องสะท้อนผิวขาวเนียนให้ดูงดงามยิ่งขึ้น ความงามของพระจันทร์ยามค่ำคืนอาจน้อยกว่าร่างเล็กที่แหงนหน้าชมจันทร์เสียด้วยซ้ำ
ลมจากทะเลทรายพัดเอาความสดชื่นให้ร่างเล็กที่นั่งริมโคดหิน แสงจันทร์สะท้อนใบหน้างามยังแอ่งน้ำ โซระควักน้ำลูบไล้ใบหน้าพอสบาย ก่อนค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนที่ละชิ้น
โซระลงเล่นน้ำ ผ่อนคลายอารมณ์ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องร่างเปลื้อเปล่าด้วยหัวใจเต้นแรง...
“...เฮ้ย!!!” เสียงร้องอย่างตกใจเมื่อมีผู้บุกรุกกระโจนจับเขาและใช้มือปิดปากไว้แน่น
“เงียบซะ...” เสียงบอกดุดัน หากไม่แข็งกร้าวจนเกินไป โซระพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของผู้บุรุก หากการกระทำดังกล่าวเปรียบดังเชื้อเพลิงฉุดกระชากอารมณ์ของผู้บุกรุก
เรือนกายที่เปลือยเปล่าแนบชิดสัดสวนผู้บุกรุก ยิ่งแรงดี้ดดิ้นจากร่างบางนั้นสงผลให้ร่างข้างใต้แข็งตัวอย่างรวดเร็ว
“ยังเร่าใจไม่เปลี่ยนเลยนะ...โซระ”
คำพูดของผู้บุกรุกเหมือนค้อนปอนด์ทุบหัว
ยังเร้าใจไม่เปลี่ยน...
เขา...
“นาชีฟ!!!”
…………………………………………………………………………………………………